M Floor
Watch & Jewelry
SIRIVANNAVARI Jewelry Boutique
เผยโฉม SIRIVANNAVARI Jewelry Boutique แห่งแรกของแบรนด์ ณ ห้างเอ็มโพเรียม นำเสนองานออกแบบบูติคเสน่ห์ความเป็นไทยสไตล์โมเดิร์น ในคอนเซ็ปต์ดอกลำดวนประยุกต์ พร้อมเปิดตัว ‘Atelier II’ Fine Jewelry คอลเลคชั่นล่าสุด สำหรับช่วงเทศกาลแห่งความรัก
บนเส้นทางแห่งการสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงอันเจิดจรัสมากว่า 5 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARI เฉลิมฉลองสุนทรียะแห่งชิ้นงานจิวเวลรีอันล้ำค่า ด้วยการเผยโฉมจิวเวลรีบูติคแห่งแรกของแบรนด์ ตั้งตระหง่าน ณ ชั้น M ห้าง Emporium นำเสนองานออกแบบบูติคผ่านคอนเซ็ปต์ของดอกไม้ไทยประยุกต์ ได้แก่ “ดอกลำดวน” เสน่ห์แห่งความหรูหราแบบเรียบนิ่ง (Understated Luxury) ผ่านทุกสุนทรียสัมผัส ก่อร่างขึ้นจากรูปทรงของกลีบลำดวน ดอกไม้ไทยที่มีรูปทรงสะดุดตา กลีบดอกทรงสามเหลี่ยมค่อยๆ ผลิบานตามธรรมชาติ อันเปรียบเสมือนการเดินทางแห่งงาน ออกแบบจิวเวลรีภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์ดีไซเนอร์ แนวคิดนี้นำมาสู่จิลเวลรี่บูติครูปทรงกระจกใส สมมาตรความโค้งมน สามแฉก ให้ความรู้สึกโมเดิร์น ไร้เส้นแบ่งกั้นระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง โดยภายในบูติค นำเสนอผลงาน High Jewelry เครื่องประดับชั้นสูง ชิ้นงาน One-of-a-Kind ที่ล้ำค่ายิ่ง และเครื่องเพชร อัญมณีหายาก ผลงานการออกแบบของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือชั้นครูแห่ง Beauty Gems และ Fine Jewelry เครื่องประดับสูงค่าสำหรับใส่มิกซ์แอนด์แมทช์ในทุกวัน กลีบดอกโค้งมน มอบความหรูหราอบอุ่น ต้อนรับให้ก้าว เข้ามาสัมผัสกับบรยากาศภายในร้านเปี่ยมด้วยรายละเอียดงานฝีมืออันประณีต บ่งบอกถึงรสนิยมอันประณีตขององค์ดีไซเนอร์
วัสดุหลักที่ใช้ในการตกแต่งบูติค คือ ไม้สักและสแตนเลสตีล ไม้สักสัญลักษณ์แห่งไม้ถิ่นไทยอันแสดงออกถึงความ หรูหรา ถูกนำมาฟอกสีให้ให้เป็นสีไม้อ่อน ดูทันสมัยแต่คงเสน่ห์ความเป็นไทย ผสมผสานกับสแตนเลสสตีลแฝงกลิ่นอาย แบบอินดัสเทรียล พื้นของบูติคปูเรียงด้วยไม้โอ๊คให้ความรู้สึกโอ่อ่าแบบแมนชั่นหรูในกรุงปารีส ขลิบขอบทอง เล่นลวดลาย เป็นรูปกลีบลำดวน โครงสร้างด้านหนึ่ง สร้างเป็นกลีบดอกใหญ่ ด้วยชิ้นไฟเบอร์หล่อ ทำสีพื้นผิวภายนอก ด้วยเทคนิคทำสี โบราณแบบฝรั่งเศสที่เรียกว่า Paris of Plaster เป็นสีขาวนวลผสมสีเทาอบอุ่น (Taupe) ตอกย้ำความเรียบหรู (Quiet Luxury) ภายในบูติค มีมุมรับรองพิเศษโดดเด่นด้วยผนังตกแต่งด้วยงานไม้จากท้องถิ่นไทย ผสมผสานกับเทคโนโลยี การพริ้นต์ อันทันสมัย เป็นรูปหางนกยูงรำแพนสง่างาม โดมกระจกโชว์ชิ้นงานไฮไลท์กลางร้าน คือหัวใจแห่งงานสร้างสรรค์ ดุจเกสร ดอกไม้ และพรมสั่งทอพิเศษจากช่างทอพรมแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล เป็นลายกลีบดอกลำดวนไล่เฉดสี และซ้อนเลเยอร์ ตามคอนเซ็ปต์หลัก
อีกบริเวณหนึ่ง นำเสนอชิ้นงาน Fine Jewelry ซึ่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ได้เปิดตัวชิ้นงานต่อเนื่องใหม่ ‘Atelier II’ Fine Jewelry เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดบูติคจิวเวลรีแห่งแรกของแบรนด์ โดยเป็นภาคต่อจากคอลเลคชั่นแรกที่พาเรา ไปสู่ อเตอลิเยร์ (Atelier) หรือห้องตัดเสื้อของดีไซเนอร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้า ถ่ายทอดแรง บันดาลใจจากอุปกรณ์พื้นฐานในการตัดเย็บเสื้อผ้า ได้แก่ สายวัด กระดุม เข็มถัก จักรเย็บผ้า และสะดึง พร้อมฟังก์ชั่น การใช้งานที่หลากหลาย ผลงานเด่น อาทิ โชคเกอร์และกำไลสายวัด, กำไลข้อมือรูป Pin Holder, สร้อยคอ Button Chain, ต่างหูที่สามารถถอดแยกชิ้นได้ ให้คุณสนุกกับการมิกซ์แม็ตช์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราด้วยการใช้โลหะสูงค่า คือทองคำ (Yellow Gold) ทองขาว (White Gold) และพิงค์โกลด์ (Pink Gold) 18K บางชิ้นงานฝังเพชรเพิ่มความเจิดจรัส เหมาะสำหรับ เป็นของขวัญในทุกช่วงเวลาที่มีความหมาย
ร่วมเฉลิมฉลองและชมชิ้นงานจิวเวลรีสุดพิเศษบนเส้นทางแห่งการสร้างสรรค์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ณ บูติคจิวเวลรีแห่งแรกที่ชั้น M ห้าง Emporium
GALLERY